รู้จักว่านไทย
ว่านนางคำ
พญาว่าน
    ว่านนางคำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Curcuma amada (aromatica) หัวว่านมีสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม เป็นสมุนไพรตัวหนึ่ง ของต้นตำรับความงามโบราณ มีเรื่องเล่ากันว่า "พระนางคลีโอพัตรา" ใช้ว่านนางคำเป็นตัวช่วยประทินผิว ให้งดงามอยู่ตลอดเวลา ในหัวว่านนางคำมีสาร curcumin และวิตามินหลายชนิด ช่วยบำรุงผิว ป้องกันเม็ดผดผื่น
    พญาว่าน หัวของพญาว่านมีลักษณะคล้ายหัวขิง เนื้อในหัวเป็นสีเหลืองทองหรือสีเหลืองเข้ม สามารถใช้เป็นยาประทินผิวพรรณสตรี ทำให้ผุดผ่องอยู่เสมอ ไม่แพ้การใช้ขมิ้น ซึ่งในยุคโบราณนิยมใช้มาก ในวรรณคดี "ขุนช้างขุนแผน" มีบทชมโฉมนางพิมพิลาไลว่าผิวพรรณผ่องใสดุจทองทา แม่นางก็ใช้ "พญาว่าน" นี่แหละเป็นเครื่องประทินผิว
ว่านสาวหลง
ว่านขมิ้นอ้อย
    ว่านสาวหลง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Globba wintii C.H.Wright ลักษณะหัวเหมือนตะไคร้ รากเหมือนหญ้าคา ใบเหมือนข่า โบราณตีค่าไว้ "พันตำลึงทอง" ทรงคุณค่าทางเสน่ห์เมตตามหานิยม ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน นำไปผสมน้ำมันจันทน์เป็นยอดมหาเสน่ห์ กลิ่นหอมเย็นสดชื่น
   ว่านขมิ้นอ้อย มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Curcuma zedoaria Rosc หัวว่านคล้ายขมิ้นชัน แต่ขนาดใหญ่กว่า และมีสีเหลืองอ่อนกว่า สมัยก่อนใช้ทาแก้โรคผิวหนัง รักษาแผลพุพอง ปัจจุบันมีผลการวิจัยว่า สารสกัดว่านขมิ้นอ้อยสามารถป้องกันการเสื่อมและการตายของเซลล์ได้
ว่านไพล
ว่านหางจระเข้
    ว่านไพล มีชื่อวิทยศาสตร์ คือ Zingiber montanum (Koen.) จากการทำวิจัยของ สำนักงานพัฒนาวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พบว่า ว่านไพล มีคุณสมบัติเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณ ลดการเกิดสิว ฝ้า และริ้วรอยของความเหี่ยวย่น มีคุณภาพดีและราคาถูกกว่า Tea tree oil ของประเทศออสเตรเลีย
    ว่านหางจระเข้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Aloe barbadensis Mill วุ้นในใบว่านหางจระเข้ มีสารช่วยรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นการเกิดใหม่ของเนื้อเยื่อ จึงนำมาใช้เพื่อการบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่อง สดชื่น สามารถขจัดสิว ลบรอยจุดด่างดำ ลดความแห้งกร้านและความมันของผิวหน้าได้ นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงหนังศีรษะ ช่วยลดอาการคันได้ดีมากอีกด้วย
ว่านหอมแดง
ว่านเปราะหอม
    ว่านหอมแดง ตำรายาโบราณ บันทึกไว้ว่า แพทย์ชนบทใช้หัวว่านหอมแดงผสมกับว่านเปราะหอม ปรุงเป็นยาสุมหัวเด็กแก้หวัดคัดจมูก หรือผสมกับสุราขาวรักษาโรคเชื้อราที่ผิวหนัง หัวว่านมีสีแดงทำให้สีแดงทับทิมเมื่อต้มกับน้ำ
   ว่านเปราะหอม มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Kaempferia galanga Linn. ในเหง้าว่านเปราะหอมหรือว่านหอม มีน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด ทำให้รู้สึกโล่งจมูกได้ นอกจากนี้ ในตำรายาแผนโบราณยังใช้ใบและเหง้า นำมาคั้นเอาแต่น้ำล้างศีรษะเพื่อป้องกันการเกิดรังแค
 
ว่านน้ำ
 
    ว่านน้ำ มีชื่อวิทยศาสตร์ คือ Acorus calamus Linn. ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหย calamus oil ภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยก่อนใช้เหง้าว่านน้ำต้มเอาแต่น้ำ ชะล้าง หรือ บดให้เป็นผงผสมทาได้ ข้อมูลการวิจัยพบว่าสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์จากเหง้านั้น สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อราได้ จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการลดรังแค และกระตุ้นการงอกของเส้นผม
 
    
บริษัท สิริยา คอสเมติคส์ จำกัด 66/2 ม.3 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โทร.075-368778, 08-62688855

Powered by มรดกใต้